จบมาไม่รู้จะทำอะไรว่ารู้สึกแย่กับตัวเองแล้ว
แต่ทำงานไปสักพักแล้วไม่รู้จะยังไงต่อไปกับชีวิตนั้นบอกได้เลยว่ารู้สึกแย่กว่ามาก

บอกได้เลยว่านี่คือปัญาหาสุดคลาสสิคที่เหล่าชาว Gen Y ซึ่งยังคงหลงทางกับการดำเนินชีวิตต้องประสบพบเจออยู่บ่อยครั้ง
แล้วเราจะหาทางเอาตัวรอดกันด้วยวิธีไหนดีล่ะเนี่ย

via GIPHY

ผมมีหนึ่งในข้อคิดดีๆ จากบทความ How To Change Careers When You Don’t Know What You Want To Do Next ของ FastCompany มานำเสนอครับ

คุณ Timothy Butler ที่ปรึกษาอาวุโสสำหรับการพัฒนาในสายอาชีพที่มหาวิทยาลัย Harvard บอกว่า

“ให้คิดเสียว่าเราเป็นปูเสฉวน”
ปูเสฉวนที่เราเคยเจอในบทเรียนภาษาไทยสมัยชั้นประถมนั่นแหล่ะครับ

via GIPHY

การที่เราเหน็ดเหนื่อย เบื่อหน่าย หรือไม่พอใจกับชีวิตการงานของตนเองนั้นคือสัญญาณจากในจิตใจของตัวเราเอง ให้ได้เริ่มฉุกคิดและตกตะกอนว่าเราชอบและไม่ชอบอะไรบ้าง
นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการนั่งคุยกับตัวเองว่าเราจะเอายังไงต่อไปกับชีวิตในภายภาคหน้าดี

และในบางครั้ง การหวนมาฉุกคิดอะไรทำนองนี้มันก็มาแบบรุนแรง ความคิดที่ว่าอาจจะเปลี่ยนอนาคตของตัวเราเองได้ในชั่วข้ามคืน
แต่แน่นอนว่า เราเองก็มีกับดักในจิตใจนามว่า “เรายังโอเคกับที่เป็นอยู่” นะ

ดังนั้น การจะสลัดความคิดนี้ออกไป เราจึงต้องคิดซะว่าตัวเองเป็นปูเสฉวนครับ

ปูเสฉวนจะเปลี่ยน “บ้าน” หรือเปลือกหอยของมันใหม่ เมื่อตัวมันเองโตขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้พอดีกับขนาดร่างกายของตัวเอง
ปูเสฉวนไม่เคย “ทน” หรือ “ต่อเติมบ้าน” ของตัวเอง เปลี่ยนคือเปลี่ยน

ฉันใดก็ฉันนั้น
หากเรามั่นใจแล้วว่า เราอยากจะก้าวไปอีกขั้น เราก็ต้องกล้าบอกกับตัวเองว่า
แม้เราจะหลงรักบ้านหลังนี้มากแค่ไหนก็ตาม เมื่อเวลามาถึง เราก็ต้องโยนทุกสิ่งที่เรามีทิ้งไป เพื่อไปสู่บ้านหลังใหม่ที่ “สบายตัว” และ “สบายใจ” ยิ่งกว่าเดิม

และแน่นอนว่า หากเราโตไปเรื่อยๆ เปลือกหอยชนิดที่เราอยู่มันเริ่มไม่ใช่
การจะหวนกลับไปหาเปลือกหอยแบบเดิม แต่ไซส์ใหญ่ขึ้น มันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

ขอให้ทุกคนได้เป็นปูเสฉวนที่มีความสุขไปเรื่อยๆ ครับ

นอกจากนี้ยังมีข้อคิดอื่นๆ สำหรับคนที่ยังคิดไม่ตก
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ เลยครับ

(ภาพนำเรื่องจาก Top HD Gallery)

Comments

comments