และแล้วก็วนเวียนมาถึงกันอีกแล้วนะครับ สำหรับช่วงเวลาแสนสุขสันต์ของทุกปี อย่างการก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัยของเหล่าเฟรชชี่หน้าใส และ หมดช่วงทดเวลาบาดเจ็บสำหรับเหล่าบัณฑิต ที่ต้องถึงเวลาเปิดประตูเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน

สิ่งหนึ่งที่คนทั้งสองกลุ่มต้องเจอไม่ต่างกัน คือ การ “รับน้อง” จากทั้งรุ่นพี่หรือชีวิตในออฟฟิศที่ถั่งโมมาแบบไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะอย่างหลังที่สำหรับพนักงานมือใหม่นี่มันสุดแสนจะโหดสัสรัสเซียได้ที่ไม่ใช่เล่น

แต่จริงๆ หากย้อนเวลากลับไปสมัยปี 1 เรายังมีคนกลุ่มหนึ่งที่เหมือนทำนายอนาคตล่วงหน้าได้ดั่งตาเห็น ทั้งๆ ที่ยังเรียนไม่จบเหมือนกัน แต่เขาก็พยายามพร่ำสอนข้อคิดเพื่อรับมือชีวิตการทำงานให้เราตลอดเวลาในห้องเชียร์…
และนี่คือ 5 คำสอนที่พี่ว้ากพยายามจะบอกกับเราครับ

1. “ทำไมเครื่องแต่งกายคุณไม่เรียบร้อย!! ไป ออกไป เชิญรุ่นพี่พาออกไปจากห้องเชียร์ด้วยครับ”

 

สิ่งแรกที่ทุกคนในออฟฟิศจะสังเกตเมื่อเราย่างเท้าเข้าออฟฟิศคือการแต่งตัว ดังนั้น จะยังไงก็ตามเราควรจะจัดการเสื้อผ้าหน้าผมให้ดูดี (ซึ่งไม่ได้แปลว่าต้องใช้ของแพงแต่อย่างใด) บางออฟฟิศอาจจะไม่เคร่งเรื่องนี้มากนัก แต่ก็ไม่ควรเลยเถิดเกินไป ลองสังเกตคนรอบตัวว่า ส่วนใหญ่เขาแต่งกันประมาณไหน แล้วปรับให้เข้ากับสไตล์ของเราแบบพอดีๆ
(ปล. แต่ถึงจะชิลได้แค่ไหน ก็ไม่ควรใส่รองเท้าแตะนะ)

 

2. “ไหน สมุดจดเพลง ทำไมไม่เตรียมมา!!”

ถึงในสมัยเรียนบางคนอาจจะพกแค่ปากกาด้ามเดียว แต่เมื่อเข้าสู่ชีวิตการทำงาน อยากจะขอแนะนำให้หาสมุดจดติดตัวเล่มพกถนัดมือไว้กับตัวตลอดเวลา เพราะเชื่อเถอะ ว่าสมองของเราจำสารพัดงานที่เตรียมรุมสกรัมเราตลอดเวลาไม่ได้หรอก ความคิดที่ว่า “จำได้ เดี๋ยวค่อยกลับไปจด” เป็นบ่อเกิดความหายนะมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ดังนั้น คิดอะไรออกจดเลย ต้องทำอะไรจดเลย เจองานอะไรจดเลย จะได้ไม่ลืมแถมเป็นการเตือนตัวเองไปในตัวด้วย
(หรือใครถนัดจะใช้ app บนมือถือก็ไม่ว่ากันนะ)

 

3. “เพื่อนไปไหน ทำไมตอบไม่ได้!! คุณเป็นเพื่อนกันจริงไหม!!”

แม้ว่าช่องทางการตามตัวในยุค 4G จะเป็น LINE เสียส่วนใหญ่ แต่การมีเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนร่วมงานที่ต้องทำงานด้วยกันบ่อยๆ ติดเครื่องไว้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เผื่อว่าบางครั้งบางคราวต้องติดต่อด่วนและไม่อยากวัดดวงว่าเขาจะหยิบ Line มาเปิดไหม แถมจริงๆ แล้ว การคุยโทรศัพท์คือช่องทางการคุยงานที่เคลียร์และเร็วที่สุด โปรดอย่ามองข้ามวิถี 2G
(ส่วนใหญ่แล้ว ออฟฟิศมักจะมีไฟล์รวมเบอร์โทรศัพท์ส่งเข้าอีเมล์พนักงานใหม่อยู่แล้ว ลองหาดู)
(ถ้าจะเอาเบอร์จากในนี้เพื่อไปจีบเพื่อนร่วมงาน เชื่อเถอะว่าไม่เวิร์ค ขอเองดีกว่า)

 

4. “ใครอนุญาตให้คุณพูด!!”

หลายคนอาจจะดวงสมพงษ์ได้ทำงานกับออฟฟิศในฝัน เมื่อเข้าไปเจออะไรหลายๆ อย่างข้างในก็อดไม่ได้ที่จะต้องเก็บมาเม้าท์มาบอกต่อเพื่อนๆ ให้อิจฉาตาร้อน แต่ก่อนจะพูดอะไรก็ควรคิดสักนิดนึงก่อนว่า สิ่งนั้นมันเป็นเรื่องที่เอาไปบอกต่อได้ไหม บางอย่างอาจเป็นความลับ ทั้งของออฟฟิศหรือของลูกค้าเอง บางอย่างอาจจะเป็นแค่ข่าวลือที่ถูกบอกต่อๆ กันมาอีกที แถมเราไม่รู้ว่าเพื่อนเราจะเอาไปบอกต่อคนอื่นอีกหรือเปล่า ดังนั้น จะพูดอะไรที่เป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงก็คิดสักนิด มองซ้ายมองขวาก่อน ไม่งั้น ความซวยมาเยือนแน่นอน
(เรื่องกาละเทศะในการพูดก็สำคัญ เช่น เราไม่ควรพูดหักหน้าคนที่ตำแหน่งสูงกว่าเราในที่ประชุม งี้”

 

5. “ไม่ต้องรีบครับ เพื่อนทุกคนรอคุณคนเดียวอยู่!!”

ความรับผิดชอบคือสิ่งที่สำคัญที่สุด กาดอกจันมาร์คไว้ตัวโตๆ เลย การที่เราช้าหรือผิดพลาดเพียงคนเดียวอาจจะส่งผลใหญ่หลวงต่อระบบงานโดยรวมได้ การมาสาย ส่งงานช้า หรือไม่เตรียมตัวให้ดีก่อนเข้าประชุม ตอนเรียนอาจจะปล่อยผ่าน แต่ถ้าเป็นการทำงานจริงถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ดังนั้น ถ้าจะให้ดี เตรียมตัวให้พร้อมล่วงหน้าเสมอดีที่สุด
(เรื่องเวลาสำคัญจริงๆ นะ ลูกค้าบางคนเคร่งมากนะเออ)

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณพี่ว้ากทุกคนที่ได้ให้ทิปส์ดีๆ ในชีวิตการทำงาน (ถึงแม้พวกพี่ๆ จะยังเรียนไม่จบเหมือนเราๆ ก็ตามไม่รู้เหมือนกันว่ารู้ได้ยังไง) กับพวกเราตั้งแต่ก้าวเท้าแรกสู่รั้วมหาวิทยาลัย
หวังว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะนำไปปรับใช้ให้เข้ากับการทำงานของตัวเองกันนะครับ
(และหวังว่าพี่ๆ จะปรับปรุงเรื่องที่สอนในห้องเชียร์ เช่น การใช้ excel / การคำนวณภาษี / การพูดจาดีๆ ให้น่าฟัง เนาะ)

 

** FJSK ไม่สนับสนุนการรับน้องด้วยความรุนแรง เชื่อเถอะ โดนเจ้านายเรียกไปคุยในห้องตัวๆ หนาวสันหลังกว่าเจอพี่ว้ากสิบคนรุมใส่หลายร้อยเท่าตัวนัก **

Comments

comments