เสียงเพลงล้วนผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม บางครั้งเราเลือกเปิดเอง บางครั้งเราแอบฟังจากหูฟังบางคนในบีทีเอสที่เปิดดังมากจนเราสงสารแก้วหูเขา หรือบางครั้งเราก็ได้ฟังอย่างเสียไม่ได้จากพี่ข้างบ้านที่เปิดวิทยุเสียงดังมาก

เช่นกันกับเวลาที่เราทำงาน หลายคนชอบเปิดเพลงฟัง เพลงที่เปิดก็หลากหลายแบบ ตั้งแต่ร้องตามได้ จนฟังเนื้อไม่รู้เรื่อง หรือบางเพลงไม่มีเนื้อเลยก็มี

แต่ถ้าเช่นนั้นแล้ว เพลงแบบไหนกันที่จะเหมาะกับงานที่เราทำล่ะ?

via GIPHY

วันก่อนเจอบทความหนึ่งจากบล็อกของ Crew ที่เขียนไว้เกี่ยวกับการเลือกเพลงให้เข้ากับงานที่ทำเพื่อ Productivity ที่สูงสุด เลยขออนุญาตมาเล่าสู่กันฟังแก่คนที่ชอบฟังเพลงเวลาทำงานกันค่ะ

 

1. ความยากของงานระดับ 1 – ง่ายจนไม่ต้องใช้สมองทำก็ได้ ขอแค่มีสติก็พอ

ผลวิจัยเรื่องผลของดนตรีต่องานที่ทำบอกว่าพนักงานมีความสุขและทำงานผิดพลาดน้อยลงเมื่อฟังเพลงไปด้วย และความสามารถของคนในการจำภาพ ตัวอักษร และตัวเลขนั้นเพิ่มขึ้นเมื่อได้ฟังเพลงร็อคหรือเพลงคลาสสิคประกอบไปด้วย

สรุปง่ายๆคือสำหรับงานที่ไม่ต้องใช้ความคิดมาก หรืออะไรที่ต้องทำซ้ำๆ ยกตัวอย่างเช่นการก๊อปไฟล์ ซีร็อกซ์เอกสาร ทำ Press Kit สักร้อยชุด ให้เปิดเพลงอะไรก็ได้ อย่างน้อยที่สุดก็จะช่วยให้เราทำเสร็จเร็วขึ้นแน่นอน

via GIPHY

2. ความยากของงานระดับ 2 – ใช้สมองกำลังดี ไม่มากไป สำหรับงานที่ต้องแก้ปัญหาหรือใช้ความคิดสร้างสรรค์

ดร.เอ็มม่า เกรย์ แห่ง British CBT and Counseling Service ทำงานร่วมกับ Spotify เพื่อวิจัยเกี่ยวกับผลประโยชน์ของดนตรีแต่ละชนิดที่มีต่อมนุษย์ เธอพบว่าเพลงที่มีบีท BPM ในช่วง 50-80 จะช่วยให้สมองเราเข้าสู่โหมด Alpha ที่จะช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และลดความเครียดได้

ใครที่สนใจลองเข้าไปฟัง Playlist นี้ได้ เป็น Playlist ที่คัดเพลงในช่วง 50-80 BPM มาแล้ว ลองฟังไปทำงานไปแล้วมารีวิวกันหน่อยว่ามันช่วยได้มากน้อยแค่ไหนบ้าง 555

[youtube http://www.youtube.com/watch?v=videoseries?list=PLhEeW1TOZ_gU8wRLd_rnbUiHH30MtFtQR]

 

3. ความยากของงานระดับ 3 – ยากมาก ยากแบบยากวัวตาย ยากควายล้ม

สำหรับงานที่ต้องโฟกัสมากๆ ผลวิจัยบอกให้เราเลือกเพลงคลาสสิคหรือเพลงบรรเลงที่ไม่มีเนื้อเพลง เพราะจะช่วยเพิ่มการประมวลผลของสมองได้ดียิ่งขึ้น แต่จริงๆแล้วถ้างานมันยากและต้องใช้ความคิดและความละเอียดอ่อนมากจริงๆ การไม่เปิดเพลงเลยจะดีที่สุดเพราะสมองของเราจะได้ไม่ต้องแบ่งสมาธิไปให้เพลงที่ผ่านเข้ามาในหูด้วยนั่นเอง

via GIPHY

ทั้งนี้ทั้งนั้น ดร.เกรย์ บอกว่าแนวของดนตรีที่ฟังไม่ได้ส่งผลกับคลื่นสมองของเรา แต่เป็นบีทของมันต่างหาก ดังที่ชีบอกไว้ในข้อสองนั่นเอง

เอาจริงๆแล้วแต่ก่อนแค่คิดว่าเปิดเพลงไปมันทำให้เราเบื่องานน้อยลงเท่านั้นเอง ไม่คิดว่ามันจะมีผลการวิจัยออกมาเป็นเรื่องเป็นราวว่ามันช่วยได้จริงๆ ลองเอาไปปรับใช้กันได้นะคะ จะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วยกันทุกคนค่ะ

via GIPHY

Comments

comments