“ยังวัยรุ่นอยู่ใช้เงินซื้อชีวิตให้เต็มที่ ยังมีแรงทดลองอีกเยอะ” คำกล่าวจากผู้ใหญ่ที่ผมเคารพท่านหนึ่ง

ม้ว่าจะเป็นคำกล่าวที่ดูจริงและน่าเห็นด้วย แต่การใช้เงินในช่วง First Jobber ที่ได้มีเงินเดือน (หรือค่าจ้าง) ของตัวเองเป็นครั้งแรกๆ ถ้าไม่คิดให้ดีๆ ล่ะก็อาจจะตามหลอกหลอนไปทั้งชีวิตได้เลยทีเดียว

Business Insider ได้ยกตัวอย่างพฤติกรรมการใช้เงินของคนวัย 20s ที่ผิดพลาดที่น่าสนใจ ทางต้นฉบับมีหลายข้ออยู่ แต่ผมขออนุญาตรวบรัดให้เหมาะกับบริบทคนไทยมากขึ้นซักนิดนะครับ

1. ไม่สนใจภาระหนี้ตัวเอง

การได้ซื้อของที่ต้องการหรือไปเที่ยวคงเป็นรางวัลชีวิตที่หอมหวานสำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะเริ่มทำงานแล้วมีรายรับก้อนหนึ่งของตัวเอง แต่นั่นแหละบางทีมันต้องยืมเงินอนาคตมาใช้บ้าง

ไม่ทันรู้ตัวก็ บึ้ม…!! เงินที่หามาได้ต้องมานั่งใช้หนี้กว่าครึ่ง

หากไม่วางแผนการใช้หนี้ให้ดีแล้วล่ะก็ จำนวนหนี้ใหม่ดอกเบี้ยจะวิ่งขึ้นมาจนมารู้สึกตัวเองอีกทีเราก็ไม่มีปัญหาหาเงินมาใช้ทันเลยทีเดียว

ภาระหนี้ที่ว่าอาจจะไม่ใช่บัตรเครดิตอย่างเดียว ทั้งหนี้รถ หนี้บ้าน หรือหนี้ทุนการศึกษาทั้งหลาย หากไม่ติดตามและวางแผนจ่ายให้ดีล่ะก็ ทำให้เราปวดหัวทีหลังแน่นอนครับ

2.ไม่สนใจทำ Budget

ส่วนใหญ่รายรับเราพอจะคาดคะเนได้ว่าเราจะรายรับสักเท่าไรในแต่ละเดือน (Freelance ก็พอจะคาดคะเนจาก Timeline ที่งานเสร็จได้) ดังนั้นทำ Budget ขาเข้าอาจจะไม่ยาก

แต่การวาง Budget การใช้จ่ายเนี่ยสำคัญกว่าซะอีก เพราะบางทีเป็นอะไรที่เราใช้จ่ายโดยไม่รู้ตัว แล้วก็

บึ้ม…!! แดกแกลบจนถึงสิ้นเดือน ทั้งๆ ที่รู้สึกว่า “เราไม่ได้ใช้จ่ายอะไรเยอะแยะเลยนี่หว่า?”

อย่าลืมวางกรอบการใช้งานในแต่ละด้านของตัวเอง ว่าเราจะเก็บออมเท่าไร จะฟุ่มเฟือยเท่าไร ค่าใช้จ่ายประจำเท่าไร สำคัญนะครับ

3. ใช้จ่ายเกินตัว

อันนี้ดูเหมือนคล้ายข้างบน แต่ไม่เชิงทีเดียว มันคือการที่เราใช้จ่ายอะไรบางอย่างที่เกินความจำเป็นเกินไป ถึงแม้จะวางแผนการใช้เงินแล้วก็ตาม

เช่นมีการทำ Budget แล้วก็จริง แต่ไม่มีเงินส่วนของการเก็บออมไว้เลย แบบนี้ก็ลำบากคร้าบ

4.ปฏิเสธที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อคุณภาพ

หลายคนคิดว่าแผนการใช้เงินที่ดีคือการซื้อของถูกๆ แต่อย่าลืมว่าการใช้ของถูกอาจจะทำให้เราเสียเงินมากกว่าที่คิดก็ได้ เพราะทำให้เราต้องซ่อมหรือซื้อบ่อยกว่าซื้อของดีๆ ทีเดียว

บางอย่างลองประเมินดูว่าคุณภาพที่เราใช้จ่ายประมาณนี้ จะใช้ของสิ่งนั้นได้กี่วัน เช่นซื้อมือถือจีน 5 พัน แต่เจ๊งทุกครึ่งปี เราอาจจะเลือกมือถือระดับหมื่นนิดๆ แต่ใช้ได้มากกว่า 2 ปีขึ้นไป เป็นต้น

5. ไม่รีบวางแผนเกษียณ

การเกษียณอาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัวมากสำหรับหลายคน แต่วัยทำงานเนี่ยเผลอแป๊ปๆ เลขอายุหลักสิบเปลี่ยนแล้วนะครับ

บางคนมารู้ตัวอีกทีว่าควรจะเริ่มวางแผนเกษียณตอนอายุเกือบหลักสี่แล้ว แบบนี้จะเหนื่อยกว่ารีบทำแต่เนิ่นๆเยอะเลย ซึ่งมันจะเกี่ยวเนื่องกับข้อต่อไปครับ

6.ไม่รีบลงทุน

ถ้าเราวางแผนเกษียณไว้ดีพอ เราก็จะรู้แล้วว่าเราต้องออมเงินเท่าไรในระยะเวลากี่ปี

การออมเงินให้ได้แล้วรีบทำให้มันงอกเงยเป็นสิ่งที่ช่วยเราได้ดีทีเดียวถ้ารีบทำแต่เนิ่นๆ ไม่เชื่อลองหาอ่านอำนาจของดอกเบี้ยทบต้นดูครับ ยิ่งออมเร็วเท่าไร ยิ่งสบายเร็วเท่านั้น

การลงทุนไม่จำเป็นต้องเล่นหุ้น ซื้อคอนโดแบบที่สมัยนี้ชอบเชียร์กัน แค่อย่างน้อยให้มีเงินเก็บที่งอกเงยได้เรื่อยๆ ก็ยังดีกว่าไปทิ้งไว้ในออมทรัพย์เฉยๆครับ

สมมติเก็บได้ล้านนึง ผลตอบแทน 3% ต่อปีก็ 3 หมื่นบาทแล้วนะครับ แทบจะได้เงินเดือนฟรีเดือนนึงเลยนะ

7. ไม่มีเงินทุนสำรองฉุกเฉิน

ระวังให้ดี แม้ว่าเราจะทำข้างต้นมาได้ดีพร้อมทุกอย่าง แต่การไม่มีเงินไว้ใช้หากมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉินจริงๆ อาจจะอ้วกแตกได้

ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ ของใช้ที่บ้านเกิดพังแบบไม่ได้คาดการณ์ หรือตกงานแบบงงๆ ถ้าไม่มีเงินสำรองไว้ ทำให้เราต้องหยิบยืมเงินด่วนที่ภาระดอกเบี้ยมหาศาล ทำให้เราเหนื่อยกว่าเดิมอีก

ส่วนตัวแล้วผมมองว่าก้อนนี้มีไว้ซัก 2-3 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือนครับ แต่ละคนอาจจะสำรองมากน้อยต่างกันไป โดยฝากไว้ในรูปแบบเงินฝากเรียกใช้ดอกเบี้ยสูงก็ได้ครับผม

8. ไม่มีประกันสุขภาพ

ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพนี่ถ้าเราประมาทอาจจะแพงชิบหายวายป่วงได้เลยทีเดียว แม้ว่าส่วนใหญ่ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนจะมีประกันบริษัทช่วยซัพพอร์ทก็ตาม แต่ถ้าคนทำฟรีแลนซ์หรือเป็นนายตัวเองอย่าลืมคิดถึงตรงนี้ด้วยนะครับ

ไม่งั้นเงินเก็บหลายปีอาจจะหายไปหมดก็ได้ถ้าไม่ระวังให้ดี

ทั้งหมดนี้ผมก็เอามาแชร์กันเพราะเห็นว่าน่าสนใจดี โดยดัดแปลงจากต้นฉบับเล็กน้อยให้เหมาะกับบริบทคนไทยครับผม หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้หลายคนคิดได้นะครับ

(ภาพประกอบจาก Pixabay)

Comments

comments