มาแล้วววว ทริปเที่ยวที่เหล่าเฟิร์สจ๊อบเบอร์ไปกันได้แบบสบายกระเป๋า กับ East Java หรือหมู่เกาะชวาตะวันออกแห่งอินโด!

(Editor Note: วันนี้ #FJSK ได้รับเกียรติจาก #มิตรสหายท่านหนึ่ง (@pitimafriend) มาเล่าเรื่องราวทริปเที่ยวดินแดนหมู่เกาะชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย ครับ แหม่ ทำเอาใบลาในมือสั่นกันระนาว ขอบคุณครับ 🙂 )

เรากับเพื่อนอีกสามคนเพิ่งไปเที่ยวกันมาเมื่อวันที่ 25 – 30 สิงหาคม เป็นทริปที่เราประทับใจมาก มาก มากกกก อยากเล่าและอยากลากทุกคนไปเที่ยวด้วยกัน แต่ก่อนจะไป อ่านรีวิวเรากันก่อนเนอะ (ขายของ) เราพยายามจะให้ข้อมูลแบบที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้เขียนถึง เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราอยากรู้แต่ไม่มีให้เราอ่านก่อนไป คิดว่ารีวิวอันนี้น่าจะเป็นประโยชน์ และที่สำคัญ ประหยัด

ตั๋วเครื่องบิน

มีให้เลือกหลายสายเลย เรากับเพื่อนเลือกบินไปกับพี่เสือ Tiger Air ด้วยวันเวลาที่พวกเราหยุดพร้อมกันมันได้แค่สายการบินนี้ แต่ถ้าเลือกได้ เราว่าลองสายการบินอื่นดูดีกว่า เพราะพี่เสือทำเราต้องนอนหนาวรอที่สนามบินตั้งแปดชม. กว่าจะได้บินต่อไปสุราบายา แนะนำว่าตั๋วไม่ควรเกิน 9,000 บาทนะ เกินกว่านี้ถือว่าแพงแล้วจ้า

ก่อนบินมาเลือกเอเจนซี่กันก่อน

เราหาข้อมูลเยอะมากทั้งจากพันทิปและการแรนด้อมในกูเกิ้ล มีเอเจนซี่ป๊อปๆ ที่คนไทยชอบใช้บริการอยู่สองเอเจนซี่ด้วยกัน คือ Pink House และ Tommy แต่บังเอิ๊ญเราแรนด้อมเจอ Andrew จากบล็อกนี้ เลยลองติดต่อไปทางอีเมลทั้งสามเจ้าเลย โดยทำตารางเที่ยวคร่าวๆ ส่งไปให้เค้าดูว่าเราไปถึงวันไหน กลับวันไหน ไปกี่คน อยากไปที่ไหนบ้าง ซึ่งเราแนะนำว่าควรไปกันประมาณ 4 – 6 คน จะได้ราคาที่ดีกว่า และควรไปช่วง ก.ค. – ส.ค. เพราะฟ้าเปิดสวยๆ ถ้าไปหลังจากนี้ฝนตก เที่ยวไม่หนุกแน่ๆ และควรไปประมาณ 4 – 5 วันนะ เผื่อเวลาไว้เดินทาง ไม่ต้องรีบ จะได้ไม่เหนื่อยมาก 🙂

จากสามที่ที่เราส่งเมลไปคุย เราตัดสินใจเลือก Andrew เพราะเค้าตอบเมลกลับมาเร็วที่สุด แถมยังช่วยเราดูเรื่องเวลา ใส่ใจในการตอบเมล แจกแจงรายละเอียดดี ในขณะที่สองเจ้าแรกที่ป๊อปปูล่าร์ดูจะไม่แคร์เราเท่าไหร่ และราคาก็แพงกว่า Andrew เกือบเท่าตัวเลย ถึงจะไม่ค่อยมีคนรีวิวถึงเค้า แต่เราอยากลองดู เป็นพวกแพ้ราคา ฮ่าๆๆ

Andrew ส่งราคากลับมาให้เราคนละ 1,600,000 IDR หรือประมาณ 4,300 บาท โดยราคานี้ได้ทั้งรถตู้รับส่งตลอดทริป รถจี๊ปไปโบรโม่ ที่พักตลอดทริป รวมถึงเงินค่าเข้าสถานที่ต่างๆ คือจ่ายไปล้านหก ก็เดินเที่ยวสวยๆได้เลย ไม่ต้องกังวลคอยยืนนับเงินเยอะๆ (แบงค์ที่นี่ทำเรามึนบ่อยๆเพราะเลขศูนย์เยอะมากกกกก) เวลาจ่ายเงินต้องมีสตินะคะ

ไปเที่ยวต้องอัพรูป ขอเน็ตหน่อยค่ะพี่!

สำหรับคนที่ไม่ได้เข้าเมืองจะซื้อที่สนามบินเลยก็ได้ (ราคาแพงกว่าซื้อที่ห้างนิดหน่อย) บอกจำนวน GB ที่อยากได้ และให้คนขาย activate ซิมให้เลย แต่เรากับเพื่อนอยากเข้าเมืองเลยไปเดินเล่นกันที่ Plaza Surabaya ในห้างคล้ายพาต้า เมอร์รี่คิงสมัยก่อน ได้ซิมเล่นเนต 4 GB แบรนด์ simPATI มาในราคา 55,000 IDR คุณคะนี่มันถูกเกินไปแล้ววววว 150 บาทเท่านั้น เพื่อเป็นการประหยัดไปอีก เรากับเพื่อนเลยหารกัน คนนึงใช้ซิม อีกคนต่อ WiFi จาก Hotspot เอา ถูกไปอี๊กกกกกกbatch_S__4849670

ปล. บนอิเจี้ยนไม่มีสัญญาณ 3G น้า แต่ที่พักมี WiFi ตรง lobby ส่วนที่โบรโม่มีเสาสัญญาณ เนตแรงเล่นเพลิน

“คาวาอิเจี้ยน” กับ “โบรโม่” ไปไหนก่อนดี?

บางรีวิวไปอิเจี้ยนก่อน บางรีวิวไปโบรโม่ก่อน ทั้งนี้ทั้งนั้นเราควรจะรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน ยังไงก่อนเนอะ จะได้เลือกถูกแล้วแต่ความถนัด

อิเจี้ยนอยู่ห่างจากเมืองสุราบายา 7 ชม. ส่วนโบรโม่อยู่ห่างออกไปแค่ 3 ชม.

หลังจากผ่านการอ่านกระทู้รีวิวมาอย่างโชกโชน พบว่าการขึ้นอิเจี้ยนเส้นทางนั้นทรหด และทรมานมากกว่าโบรโม่นัก ดังนั้นเราขอเลือกไปลุยของโหดก่อนดีกว่า เชื่อว่าการผ่านอะไรที่หนักๆก่อนจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น ฮึบ ฮึบ


 

Kawah Ijen

Andrew ส่งหลานชายชื่อ Tyo (อ่านว่า ทีโย) มารับเราที่สุราบายานั่งรถส่ายไปส่ายมา 7 ชม.จนไปถึง Blawan Ijen, ลืมบอกไป การบีบแตรของคนที่นี่เป็นเรื่องธรรมดามากๆ บีบแตรเสมือนเป็นการทักทาย บางทีบีบให้รู้ว่าจะแซงละนะ บางทีบีบเพื่อให้คนหลบ บางทีบีบทำไมไม่รู้ คืออยู่นี่ได้ยินเสียงปี๊นขอให้คิดว่าเป็นเสียงสวัสดีไป จะได้ไม่ตกใจS__4849667เราออกจากสุราบายาตอนห้าทุ่มเลยมาถึงจุดเที่ยวแรกตอนเจ็ดโมงเช้า ตอนแรกเข้าใจว่า Blawan Waterfall กับ Hot Spring นี่ควรแต่งตัวชิล อารมณ์ไปเล่นน้ำตกเจ็ดสาวน้อยไรงี้ เลยบอกเพื่อนแกๆ ใส่ขาสั้นเสื้อยืดละกันเนอะมาเล่นน้ำ พอมาถึงเท่านั้นแหละข่า ในรีวิวที่เคยอ่านบอกว่าอากาศเย็นประมาณเชียงใหม่ปลายปี แต่ไม่ได้บอกว่ามันคือเชียงใหม่ปลายปีบนยอดดอยค่ะคุณ ลงมาจากรถขาสั่นระริก ฟันขบกันเลย แต่พยายามตั้งสติสั่นสู้ เพราะ Tyo บอกเดินแป๊ปเดียวก็ถึงน้ำตกแล้วแจ้ พวกเราสี่คนเลยเอาวะค่ะ เดินตาม Tyoไป พอเข้าไปเห็นน้ำตก อุต่ะ ลืมหนาวไปเร้ยยยย ก่อนจะถึง Blawan Waterfall จะมีบ่อน้ำเล็กๆ ที่มีน้ำร้อนไหลลงมา พวกเราก็เอามือไปรองน้ำเลยค่า อ่า ความร้อนของน้ำเจอความเย็นเข้าไป อุ่นสบาย พอดมมือ อ่อว มันคือกลิ่นแร่กำมะถันนี่เองS__4849672

Blawan Waterfall คือความว้าวแรกของทริปนี้ น้ำไหลแรงเว่อร์ และพอน้ำตกมากระทบกับความเย็นข้างล่างทำให้มีหมอกฟุ้งๆขึ้นมา สวยยยย ซาบซึ้งสดชื่นกันซักพัก ก็ออกมาเดินไปกันที่ Hot Spring เพื่อแช่ขาในน้ำร้อน ฟีลลิ่งไลค์ออนเซ็นเลย

S__4849666S__4849671

แช่พอเปื่อยหน่อยๆก็ลุกมากินข้าวเช้าที่มีอยู่ร้านเดียว ซึ่งตัวเลือกมีให้แค่ มาม่าน้ำ (Mie Kuah) กับมาม่าแห้ง (Mie Goreng) อันนี้จดไว้ได้เลย เพราะเดี๋ยวได้กินอีกทั้งทริป ไปร้านไหนก็มีหมี่โกเร็งเป็นเมนูยอดฮิต แต่จะเพิ่มไข่ใส่ผักยังไงแล้วแต่สไตล์ของร้านนั้นS__4849674

เสร็จจากน้ำตกไปเข้าที่พัก พวกเราได้พักกันที่ Arabica Homestay สำหรับคนที่อ่านรีวิวมาเยอะจะรู้ว่าที่พักยอดฮิตที่อิเจี้ยนคือ Catimor Homestay คือคนไทยส่วนใหญ่ไปพักกันที่นี่ ตอนแรกเรารีเควส Andrew ไปเหมือนกัน แต่เข้าใจว่าคงเต็มเลยได้พักที่อื่นแทน จากสภาพแล้วเราว่าโฮมสเตย์ที่นี่เหมือนๆ กันหมดนะ มีเตียง ผ้าห่ม หมอน ห้องน้ำ ไม่มีแอร์ไม่มีพัดลม เพราะอากาศเย็นอยู่แล้ว และด้วยอากาศเย็นเลยทำให้น้ำอาบที่นี่เย็นมากเหมือนอาบน้ำแข็ง จริงๆ น้ำร้อนก็มีแต่ไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่ คือมันจะร้อนจัดมากๆ ต้องคอยปิดเปิดเพื่อจะได้น้ำอุ่น พอเริ่มจับจุดได้ เราเลยเอาขันรองน้ำเย็นจากอีกก๊อกแล้วเอามาผสมกับน้ำร้อนจัด ได้น้ำอุ่นอาบฟินๆกันไป

DSCF8067

อาหารที่ Arabica Homestay เค้าเขียนว่า Buffet 60,000 IDR ต่อคน

เมนูจะมีแค่เท่าที่เห็นเลย คือไก่ทอดแห้งๆ ผัดมาม่า ไข่เจียว ซุปแครอทดอกกะหล่ำ น้ำสตรอเบอร์รี่ปั่น โดยรวมรสชาติพอทานได้

เรามากันสี่คนได้อาหารมาปริมาณเท่านี้ เค้าบอกบุฟเฟ่ต์แต่พอไปขอเติมต้องเสียเงินเพิ่ม พวกเราเลยอิ่มก็ได้

 

 


 

นอนรอเวลา… ตื่นเที่ยงคืนมาเตรียมตัวไปขึ้นเขากัน!

Tyo มาเคาะห้องเรียกรอเราเอาของออกไปเช็คเอ้าท์ แล้วได้ breakfast กลับมาสี่ชุดให้พวกเรา เปิดถุงมาโอ้ว นี่คืออาหารเช้านะคะ ไข่ต้มหนึ่งฟอง ขนมปังสองแผ่น และเกล็ดช็อคโกแลต มีดพลาสติกหนึ่งอัน ตอนแรกงงมากว่ามาเป็นเกล็ดจะกินยังไง ใช้มีดปาดไม่น่าเวิร์ค สุดท้ายเราเลยเทเกล็ดช็อกโกแลตเข้าปากแล้วกัดหนมปังตาม เออ เฮ้ย โอเคอ่ะ ประทังชีวิตยามเช้าเติมพลังก่อนขึ้นเขาได้นิดนึง (ทุกที่ให้อาหารเช้าประมาณนี้แหละ) ขึ้นเขาอย่าลืมเอาน้ำเปล่าไปด้วยนะ กาดอกจันทน์ ไฮไลท์ไว้เลยค่ะ สำคัญมากๆ *******S__4849673เอาแล้ว จะเริ่มแล้ว!

ไปถึงตีนเขา Tyo ทำการส่งมอบพวกเราสี่คนให้ไกด์ชื่อราฟาอีล แล้วบอกว่ามีอะไรถามไกด์นะ ส่วนฉันจะรอพวกเธออยู่ข้างล่างนี้

ราฟาอีลพาพวกเราเดินไปตามทางเขาในความมืด พร้อมแจกไฟฉายมาให้สองอัน สี่ร้อยเมตรแรกเป็นทางราบยังชิลๆ เดินคุยเล่นกัน พอเริ่มเข้าสู่ช่วงทางชัน ทุกคนเริ่มเงียบและหายใจแรงขึ้น เริ่มขอแวะกันเป็นพักๆ เข้าช่วงสองกิโลเมตรคือมีความพีคของเส้นทางสูงมาก มันชันแบบที่เราต้องย่อตัวเดินเพื่อเกาะพื้น เราเริ่มหายใจได้น้อยลงและใจเต้นแรงมาก คิดมาตลอดว่าตัวเองแข็งแรง เจอทางแบบนี้เข้าไป ขาอ่อนเลยทีเดียว เพลงพี่เบิร์ดเริ่มดังเข้ามาในหัว “กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง” ในใจคิดว่าไม่ได้ ชั้นต้องไม่ตายที่นี่ แล้วกัดฟันเดินต่อไป เราประทับใจราฟาอีลมาก เค้าจะคอยบอกเราว่า “pelan-pelan” (ปลัน-ปลัน) แปลว่า ช้าๆ ค่อยๆเดินนะเธอ รู้ตัวอีกทีเราก็เดินกันมาสองชม.กว่าแล้ว วิวข้างๆ ตัวถึงจะมืดแต่เริ่มเห็นทะเลเมฆและพระจันทร์ สวยแบบมืดๆ เสียดายกล้องถ่ายไว้ไม่ได้

เราไปกันจนถึงยอดเขาอิเจี้ยนใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงกว่า แล้วเราก็สตั๊นไปสามวิกับภาพตรงหน้า คือพระจันทร์ดวงกลมอยู่ตรงหน้าเราในระดับสายตา เห็นกระต่ายบนดวงจันทร์ชัดมากกกก เป็นภาพที่เราโคตรอยากถ่ายเก็บไว้ แต่กล้องไม่โปรพอ เลยได้มาแค่นี้ DSCF8154

ราฟาอีลพาเราเดินต่อลงไปที่เหมืองแร่กำมะถัน เพื่อไปดู Blue Fire พระเอกของวันนี้ (ตื่นสายไม่ได้เห็นนะ) บางคนอาจจะคิดว่า แก เปลวไฟสีน้ำเงิน เปิดเตาแก๊สดูที่บ้านก็ได้ป่ะ แต่ โน โน่ โน่ ขอร้องให้มาดู Blue Fire ที่นี่เกิดจากการเผาไหม้แร่กำมะถันเลยทำให้เกิดเปลวไฟสีน้ำเงิน ซึ่งแร่กำมะถันพวกนี้จะมีคนมาเก็บไปขาย เราถามจากราฟาอีล กำมะถันที่นี่เก็บไปขายได้กิโลละ 1,000 IDR หรือประมาณ 3 บาทเอง แล้วเค้าจะขนกันวันละสองเวลา รอบละ 50 – 100 กิโลกรัม ซึ่งเราโคตรจะตกใจเลย ลำพังเดินมาตัวเปล่ายังเหนื่อยแทบตายแต่นี่แบกของหนักกันขนาดนี้ หนูกราบเลยค่ะพี่ แข็งแรงมาก

DSCF8201

DSCF8208

ก่อนลงมาราฟาอีลเปิดเป้ แจกหน้ากากกันกลิ่นกำมะถันให้พวกเราคนละอัน เป็นหน้ากากสำหรับกันซัลเฟอร์จริงๆ ใส่แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น Bane ใน The Dark Knight Rises ถ้าคิดจะเอาแค่หน้ากากกันหวัดมา ใช้ไม่ได้นะ มีจังหวะนึงที่ลมพัดซัลเฟอร์มาทางเรา กลิ่นแรงมาก เข้าปากขมคอ หลับตาไม่ทัน โดนเข้าไปทีน้ำตาไหลเลย

DSCF8223ราฟาอีลกับหน้ากากกันกลิ่นกำมะถัน

เสร็จจากดู Blue Fire ราฟาอีลก็พาปีนกลับขึ้นไปบนยอดเขา คือน้องเหนื่อย น้องไม่อยากปีนแล้ว แต่จะตายที่นี่ไม่ได้ค่ะ / เอาเท้าจิกหิน กัดฟันแล้วปีนกลับขึ้นมาDSCF8238ไกด์ก่อกองไฟเก๋ๆ ข้างปากปล่อง

ราฟาอีลให้เรานั่งพักอยู่ตรงหน้าปากปล่องภูเขาไฟ ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้หรอก มันมืดมาก จนท้องฟ้าเริ่มปรับความสว่าง ม่านแดงเริ่มเปิดออกแล้วนางเอกของเราก็ออกมาโชว์ตัว ทะเลสาบสีเทอควอยซ์! เราสี่คนได้แต่ร้องกรี๊ด ผลัดกันพูดว่า แก สวยไม่ไหวแล้ว สวยน้ำตาไหล สวยตาย สวยร้องไห้ เพราะมันสวยมากกกกก ให้ก.ไก่ล้านตัวเลย โมเมนต์ที่ฟ้าเปลี่ยนสีทุกอย่างคือดี ภูเขาที่เหมือนดาวเคราะห์ของ Dr.Mann ใน Interstellar เป็นฉากประกอบกับทะเลสาบ เราแทบจะยืนปรบมืออยู่ตรงนั้น แต่อีกแล้ว เสียดายที่กล้องเก็บภาพทั้งหมดไม่ได้ ต้องมาดูด้วยตาเท่านั้น

S__4849681DSCF8353S__4849679     S__4849699S__4849684ข้างล่างนี้ห้ามลืมนะ

  1. น้ำ – เอาไปจิบระหว่างทาง อากาศเย็น เดินเหนื่อยคอจะแห้งมาก
  2. ยาดม – อย่าไว้ใจตัวเอง เอาติดตัวไปเผื่อไว้
  3. ทิชชู่เปียก – ไว้เช็ดมือเผื่อล้มจับดินจับทราย
  4. บีนนี่ – น้อยคนจะสวยหล่อรอดบนยอดเขา เอาไปเผื่อปิดผมกับกันหนาวนะ
  5. ถุงมือ – ถ้าขึ้นไปแต่เช้าแบบเรา บอกเลยว่าหนาวสั่น มือจะบวมและแตกได้ เอาไปใส่กันไว้
  6. รองเท้า – เลือกที่ดอกยางดีๆ จิกพื้นแน่นๆ ขาลงทางชันมีลื่นหลายจุด พลาดหลายคนเลย

เราว่าความพิเศษของการดู Kawah Ijen คือภาพที่แต่ละคนได้มาไม่เหมือนกันเลย แล้วแต่ว่าฟ้าจะปรับโทนสีตัวเองเป็นแบบไหน ซึ่งเราว่านี่แหละเป็นอะไรที่มหัศจรรย์

ต่อตอนหน้า >>

Comments

comments